สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ประชาธิปไตยกับการเลือกพรรค กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,047 ราย ระหว่างวันที่ 15 – 24 มีนาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.8 รู้เข้าใจประชาธิปไตย บอกได้ว่า ประชาธิปไตยคืออะไร ในขณะที่ร้อยละ 39.2 ไม่รู้ ไม่ทราบ และเมื่อถามถึง พรรคการเมืองที่เลือกแล้วในใจ พบว่า ก่ำกึ่งกันคือ ร้อยละ 48.9 เลือกพรรคในใจแล้ว ในขณะที่ร้อยละ 51.1 ไม่เลือกพรรคใด เพราะ เบื่อ ไม่เชื่อใจ ดีเฉพาะหาเสียง ถอนทุนคืน โกง เลือกมาก็เหมือนเดิม ไม่มีใครทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติแท้จริง ไม่ชอบพวกกร่าง อยู่ใต้อิทธิพล และที่น่าสนใจคือ คนรายได้น้อยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 52.6 เลือกพรรคในใจแล้ว แต่คนรายได้มากส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.4 ไม่เลือกพรรคใด และเมื่อจำแนกตามกลุ่มที่รู้เข้าใจประชาธิปไตยและกลุ่มไม่รู้ ไม่ทราบ พบว่า คนไม่รู้ ไม่ทราบประชาธิปไตยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 52.5 เลือกพรรคในใจแล้ว แต่คนที่รู้เข้าใจประชาธิปไตยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.3 ไม่เลือกพรรคใด

ประชาชนที่ตอบแบบสอบถามยังระบุสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาล และ คสช. ให้ทำเพื่อคืนความสุขประชาชน พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 68.9 ต้องการ รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี รักษาโรคฟรี คืนมา คืนความสุขประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 66.5 ต้องการ ให้แก้ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นในหน่วยงานรัฐ โกงเงินคนจน ขอให้เยียวยาคนจน ร้อยละ 63.2 ต้องการ ความปลอดภัยทาง ถนน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 62.4 ต้องการให้แก้ปัญหายาเสพติด จัดระเบียบสังคม สถานบันเทิง หวยเกินราคา รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตู้ เหมือนตอนรัฐบาลและ คสช. เข้ามาใหม่ๆ ร้อยละ 59.8 ต้องการให้ใช้มาตราการเด็ดขาดทุกปัญหา อย่าหย่อนผ่อนปรน ขอเข้มข้นตลอดเวลา กลัวเสียของ ร้อยละ 56.8 ต้องการให้ปรับปรุงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม ร้อยละ 54.1 ต้องการให้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ดูแลคุ้มครองสัตว์ป่า ป่าสงวน ร้อยละ 43.8 ต้องการให้แก้ไขพฤติกรรมคน ทัศนคติ รณรงค์ค่านิยม 12 ประการ ของรัฐบาล และร้อยละ 32.2 ต้องการอื่นๆ เช่น การศึกษา เจ้าหน้าที่รัฐทำผิดกฎหมายเสียเอง จัดการเลือกตั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ แรงงาน เป็นต้น.สำนักข่าวไทย